ของฝาก(ผู้ช่วย)นักก็อป

กระแสจาก blog ที่แล้วเกิดแรงจนผมงงเหมือนกันว่ามันไปเร็วจริงๆ แฮะ … มีหลายคนบอกว่าอ่านแล้วเพลินดี เหมือนนิยาย (เป็นซะงั้น ฮ่าๆ … แต่ก็ดีครับที่อ่านแล้วไม่เครียดเกินไป)

ก่อนอื่นผมต้องขอ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน (โดยเฉพาะ developers ด้วยกันเอง) ที่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเขียนนะครับ
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เห็นว่าบทความน่าสนใจเลยช่วย retweet/share ไปให้คนอื่นได้อ่าน
ขอบคุณสำหรับคำด่าทุกอันครับ มันทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจ mindset ตลอดจนถึงวิธีการคิดของพวกคุณได้เป็นอย่างดีครับ

ทำไมต้องโพสเพิ่มเติมอีก

เนื่องจากมีการตอบโต้มาหลายประเด็นจากคนกลุ่มหนึ่ง / บ้างก็มีคำถามกลับมาด้วย และก็มีการหาว่าผมเงียบไปหลังจากที่เค้าพูด+ถามย้อนกลับมาที่แอพ Wongnai บ้าง … ผมขอตอบก่อนว่า ผมไม่สามารถตามไป search หาทุกเว็บหรือทุก Facebook page ที่อ้างอิงสิ่งที่ผมเขียน แล้วตามไปตอบทุก comment ได้ภายในเวลาที่คุณคาดหวังนะครับ มันเป็นไปไม่ได้

และในเมื่อโดนหาว่าเงียบไป(ซะงั้น)  ผมก็คงอยู่นิ่งไม่ได้ครับ ขอมาร่วมสนุกสนานกันต่อครับ

จากการอ่าน comment (คิดว่าทั้งหมด)จาก blog ส่วนตัวแห่งนี้ และ comment บนโพสที่จ่าช่วย share ให้  ผมรวบรวมประเด็นมาให้เรียบร้อยตามนี้ครับ จะได้ไม่ต้องตอบราย comment

ประเด็นที่ 1: มีคนบอกว่ามันเป็น Basic UI ของ Apple อยู่แล้ว

ถ้าคุณบอกว่า design ต่างๆ ที่ผมนำขึ้นมาชี้ให้เห็นว่ามีการลอกเกิดขึ้น  มันเป็น Basic UI อยู่แล้ว แสดงว่าคุณคงไม่เข้าใจประเด็นที่ผมพูดขึ้นมาเลยครับ

  • การลอก UI ที่เกิดขึ้น มันเกิดที่การวางโครงสร้างของหน้า (layout) หรือเราเรียกมันว่า wireframe ก็ได้ … ไม่ใช่ว่ามีการใช้ Textbox เหมือนกัน, ใช้ดาวเหมือนกัน, หรือใช้ปุ่มเหมือนกัน  แต่ให้ดูองค์ประกอบทุกอย่าง การจัดวางตำแหน่งต่างๆ  ต่างหากที่มีการลอกเกิดขึ้น
  • มีการบอกว่าใน comment มีเขียนไว้ด้วยนะครับว่า “ลองเปิดหนังสือหัดเขียน App ได้เลย ก็ประมาณนี้ทั้งนั้นแหละ” … รบกวนช่วยบอก reference ของหนังสือหน่อยก็ดีครับ เท่าที่ผมเคยเปิดอ่านมาบ้าง เค้าไม่ได้สอนการวาง layout ต่างๆ นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นการสอนเขียนแอพเบื้องต้น สอนให้เขียนภาษา Objective-C มากกว่าครับ
  • เพื่อให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่าง wireframe ที่ทางผม “คิดเอง” และร่างไว้บนกระดาษเวลาจะออกแบบหน้าต่างๆ ก่อนที่จะส่งให้ designer ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างนะครับ (wireframe ของหน้าที่เป็นปัญหา ไม่มี เพราะมันนานซักพักแล้ว ไม่ได้เก็บไว้)
อันนี้เป็น draft หน้าร้านอาหาร

อันนี้เป็น draft หน้าร้านอาหาร

Draft หน้าร้านอาหาร

Draft หน้าร้านอาหาร

หน้าสำหรับ Check-In (หน้านี้ออกแบบได้หลายแบบมากครับ)

หน้าสำหรับ Check-In (หน้านี้ออกแบบได้หลายแบบมากครับ)

กล่องแสดงข้อมูลกล่องเล็กกล่องน้อย [แบบที่ 1] แต่สุดท้ายก็มีไม่ได้ใช้บ้าง

กล่องแสดงข้อมูลกล่องเล็กกล่องน้อย [แบบที่ 1] แต่สุดท้ายก็มีไม่ได้ใช้บ้าง

กล่องแสดงข้อมูลกล่องเล็กกล่องน้อยที่ออกแบบได้ตั้งหลายแบบ แต่สุดท้ายก็มีไม่ได้ใช้บ้าง

กล่องแสดงข้อมูลกล่องเล็กกล่องน้อยที่ออกแบบได้ตั้งหลายแบบ แต่สุดท้ายก็มีไม่ได้ใช้บ้าง

Draft แรกของหน้า Profile ของ User (สำหรับ v3.0) ที่สุดท้ายก็ต้องแก้อีกหลายส่วน

Draft แรกของหน้า Profile ของ User (สำหรับ v3.0) ที่สุดท้ายก็ต้องแก้อีกหลายส่วน

Draft ที่ 2 ของหน้า Profile ของ User ก่อนที่สุดท้ายจะถูกปรับให้เข้าที่โดย Designer อีกที

Draft ที่ 2 ของหน้า Profile ของ User ก่อนที่สุดท้ายจะถูกปรับให้เข้าที่โดย Designer อีกที

ประเด็นที่ 2: หน้าเขียนรีวิว/หน้า Coupon ออกแบบยังไง ก็ต้องได้แบบเดียวกันอยู่แล้ว หน้าจอมันก็เล็กแค่นั้น

ถ้ามันคิดออกมาได้วิธีเดียวจริง แอพรีวิวทุกแอพก็คงต้องหน้าตาเหมือนกันหมดสินะครับ (ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผู้พัฒนาแอพก็คงสบายครับ ไม่ต้องเครียดเลยว่าจะเลือกแบบไหนดีตอนออกแบบ) แต่แปลกดีที่ผมลองโหลดแอพที่มีการให้เขียนรีวิวหรือเขียน Tip มาเพื่อ capture หน้าจอมาให้ดูข้างล่างนี้ เค้าก็มี look & feel + layout ที่ต่างกันออกไปทั้งนั้นแฮะ … หรือคุณมองไม่เห็นความต่างกันของทั้ง look & feel และ layout

Yelp

แอพ Yelp จะไม่มีหน้าเขียนรีวิว มีแต่หน้าเขียน Tip … ถ้าต้องการเขียนรีวิวต้องเขียนผ่าน Web Browser

หน้าเขียน Tip ของ Yelp

หน้าเขียน Tip ของ Yelp

หน้า Coupon ของ Yelp

หน้า Coupon ของ Yelp

Foursquare

Foursquare เท่าที่กดๆ เล่นดู บนมือถือไม่มีหน้าเขียนรีวิว  มีแต่หน้าเขียน Tip

หน้าเขียน Tip ของ Foursquare

หน้าเขียน Tip ของ Foursquare

หน้า Check-in เพื่อรับส่วนลดของ Foursquare ... เสียดายที่ร้านไม่ได้อยู่ใกล้ เลยไม่ได้กด Check-in เพื่อจะได้หน้าผลลัพธ์เพิ่มเติม

หน้า Check-in เพื่อรับส่วนลดของ Foursquare … เสียดายที่ร้านไม่ได้อยู่ใกล้ เลยไม่ได้กด Check-in เพื่อจะได้หน้าผลลัพธ์เพิ่มเติม

Facebook

แอพ Facebook จะให้ rating สถานที่ได้ต้องทำการ Check-In ก่อน  ยกมาให้ดูทั้ง 2 หน้าครับ เป็นหน้าที่ให้เลือกดาว และหน้าไว้เขียน Recommendation

หน้าให้ใส่ Rating ของ Facebook

หน้าให้ใส่ Rating ของ Facebook

ถ้าเขียน Recommendation ของ Facebook

ถ้าเขียน Recommendation ของ Facebook

Foody (Vietnam)

มาดูแอพที่พัฒนาโดยประเทศในเอเชียเราบ้างครับ

หน้าเขียนรีวิวของ Foody

หน้าเขียนรีวิวของ Foody

หน้า Coupon ส่วนลดของ Foody (ใช้เป็น WebView มั้ง)

หน้า Coupon ส่วนลดของ Foody (ใช้เป็น WebView มั้ง)

HungryGoWhere (Singapore)

มาดูอีกรายใหญ่ที่สิงคโปร์กันบ้าง อันนี้ค่อนข้างต่างเลย

หน้าเขียนรีวิวของ HungryGoWhere

หน้าเขียนรีวิวของ HungryGoWhere

คิดว่าน่าจะยกตัวอย่างมาให้เปรียบเทียบเพียงพอนะครับ ถ้าอยากเห็นตัวอย่างเพิ่ม ผมจะหามาให้เพิ่มครับ

ไม่พูดถึงแอพ Wongnai คงไม่ได้ครับ  แอพ Wongnai ออก update มาเป็นน่าจะประมาณ 10 กว่า version ครับ  การอัพเดทแต่ละครั้งจะมีการปรับแก้ UI แต่ละหน้าไปเรื่อยๆ (ถ้าเกิดคิดวิธีใหม่และคิดว่าดีกว่าของเก่าออก) ซึ่งรวมถึงหน้าเขียนรีวิวนี้  ถ้าผมจำไม่ผิด หน้าเขียนรีวิวจะเปลี่ยนไป  3-4 รอบครับ จนถึงอันล่าสุด (เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว)  design หน้าเขียนรีวิวก็เปลี่ยนใหม่ไปแล้วตรงส่วนที่ไว้ใส่รูปภาพตามนี้

หน้าเขียนรีวิวของ Wongnai ตั้งแต่ v3.0 เป็นต้นมา

หน้าเขียนรีวิวของ Wongnai ตั้งแต่ v3.0 เป็นต้นมา

เห็น screenshots ทั้งหมดนี้แล้ว ผมว่าน่าจะเห็นภาพนะครับว่าหน้าเขียนรีวิว มันสามารถออกแบบได้หลายแบบครับ ไม่ใช่ออกแบบยังไงก็ได้แบบเดียวกัน

การที่เขียนหน้ารีวิวของแอพ “ลอกเค้า…สนุกจังเลย” มาเหมือนกับเขียนหน้ารีวิวของวงใน ทั้งๆ ที่แอพอื่นๆทั้งหมด ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันเลย คิดว่าบังเอิญหรือตั้งใจครับ?

ประเด็นที่ 3: เรื่องจุดเหมือนเล็กๆ

ผมว่าผมเขียนไว้ใน blog ไว้ชัดนะครับว่า  บางจุดผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร มันอาจจะบังเอิญซ้ำกันได้ รบกวนลองอ่านซ้ำอีกทีครับ  … สิ่งที่ผมต้องการสื่อคือ  ให้รวมจุดสังเกตหลายๆ จุดประกอบกัน แล้วจะเห็นภาพชัดขึ้นว่า ที่บังเอิญเหมือนเพราะมันเกิดจากการลอกในหน้าต่างๆ

ประเด็นที่ 4: พูดกันเยอะเรื่อง Yelp

มีคน comment ว่า Wongnai ก็เอาไอเดียมาจาก Yelp ที่อเมริกามาเหมือนกันนั่นแหละ ผมขอแยกตอบเป็น 2 ประเด็นย่อย

5.1 เรื่อง idea ของเว็บรีวิวร้านอาหารที่เหมือนกัน ข้อนี้ตอบง่ายสุดๆ เลย

  • เริ่มจากการตั้งคำถามๆ นึงครับ “ถ้าประเทศลุงแซมเค้าเปิดร้านขาย Burger ขึ้นมา … แล้วคนไทยเราอยากให้มีในไทย ก็เลยเปิดร้านขาย Burger ขึ้นมาบ้าง  แบบนี้คุณคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องรึเปล่า?”  ถ้าคุณตอบว่าไม่ถูกต้อง  คุณก็ไม่ต้องอ่าน blog นี้ต่อครับ  เกินเยียวยาครับ
  • การที่มีแต่ละประเทศมีเว็บ/แอพรูปแบบต่างๆ ที่เหมือนกับที่เมืองลุงแซมมี เป็นของตัวเอง มันแปลกยังไงครับ … Concept/Idea ของการทำธุรกิจมันเหมือนกันเป็นเรื่องปกติครับ  แต่การ implement เหมือนกันนี่สิที่ไม่ปกติ … มันต้องคิดของใครของมันครับ ไม่ใช่ลอกกัน
    • เว็บรีวิวร้านอาหาร
      • Yelp (US)
      • Citysearch (US)
      • Kakaku (Japan)
      • Tabelog (Japan)
      • Foody (Vietnam)
      • HungryGoWhere (Singapore)
    • แอพ Chat
      • WhatsApp
      • Line (Japan)
      • Kakao Talk (Korea)
      • วี แชท (China)
  • ทีม Wongnai ไม่เคยบอกว่าเราคิดค้นเว็บแนวนี้ขึ้นมาใหม่ แต่กลับกันครับ เราบอกเสมอครับ น่าจะแทบทุกครั้งที่มีการออกสื่อ รวมถึงวันแถลงข่าววันแรกของการเปิดตัวเว็บ Wongnai.com ว่าเรามี role model มาจาก Yelp.com เนื่องจากส่วนหนึ่งของผู้ก่อตั้ง Wongnai (รวมถึงผม) เคยใช้ Yelp เป็นประจำในช่วงที่มีโอกาสได้ไปเรียนที่เมืองลุงแซม  และเราเห็นว่าเป็นเว็บที่มีประโยชน์มาก แต่ในไทยก็ไม่มีเว็บประเภทนี้เลย (หรือมีแต่ไม่รู้จัก ณ เวลานั้น)  ก็อยากจะทำขึ้นมาให้คนไทยได้ใช้กัน
  • ถ้าทุกคนต้องใช้เว็บนอกกันหมด … เราคงไม่ได้เห็น web ดีๆ ของไทยหลายๆ เว็บที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ที่เค้าทำการพัฒนา/ต่อยอดความคิดให้เว็บนั้นเหมาะสมกับความต้องการของคนไทย

5.2 จาก blog ที่แล้ว ผมเขียนว่า มีการลอก UI design จากแอพ Wongnai ไป ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเค้าลอก idea เว็บ Wongnai.com ไปครับ (ผมเขียนไว้ที่ชื่อบทความแล้วว่า “ลอก UI design” ช่วยตั้งใจอ่านนิดนึงครับ … มันอ่านว่า “ยู-ไอ-ดี-ไซน์” และมันคือส่วนหนึ่งของ implementation)

เก็บตกประเด็นเล็กประเด็นน้อย

– มีคนบอกว่าเค้าลอกไปแล้วทำได้สวยกว่า มันเป็นสิ่งที่น่ายกย่องหรอครับ?
– ผมเขียนไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ผมไม่บอกชื่อแอพ เหตุผลเดียวคือเพราะไม่อยากให้เค้าได้ประโยชน์ไปมาก  เพราะบอกไป คนก็จะตามไปโหลดมาดูกัน สุดท้ายคือเค้าได้ประโยชน์ไป  เอาไว้โม้ตอนขายโฆษณาว่าคนโหลดไปเยอะมากเลย
– [ย้ำอีกรอบ] Design ที่ถูกลอกไป เป็น design เก่าของ Wongnai … ถ้าโหลด Wongnai เวอร์ชั่นปัจจุบันมาเทียบ คงไม่เห็นว่าเหมือน … สิ่งที่ผมจับได้ เพราะผมเป็นผู้พัฒนา  ผมจะย้อนกลับไปดู version เก่าๆ กี่ version ก็ได้ เพื่อ capture หน้าจอมาเปรียบเทียบกัน

ถ้าคุณเป็นผู้พัฒนาแอพ “ลอกเค้า…สนุกจังเลย” แล้วถูกกล่าวหาว่าลอก (แต่ไม่ได้ลอกจริง) คุณจะทำยังไง

เป็นผม คงทนไม่ได้ครับ ต้องรีบออกมาเถียงและชี้แจงด้วยเหตุผล  แต่นี่เงียบ … คุณไม่คิดหรือครับว่าเรื่องที่ผมเอามาจุดประเด็นมันเป็นเรื่องจริง

รบกวนช่วยหาเหตุผลมาตอบ แทนคนสร้างแอพหน่อยครับ ตอบผมแค่ข้อเดียวพอ

คนที่คิดว่ามันไม่มีการลอกเกิดขึ้น ช่วยหาเหตุผลที่แอพ “ลอกเค้า…สนุกจังเลย” เลือกที่จะกำหนดความยาวสูงสุดของของประโยคสรุปรีวิวไว้ที่ 120 ตัวอักษรซึ่งเท่ากับตัวเลขที่แอพ Wongnai ใช้พอดีเป๊ะให้หน่อยครับ

สมมติว่า คุณต้องกำหนดความยาวสูงสุดของตัวอักษรที่จะพิมพ์ได้ในช่องๆ หนึ่ง คุณคิดถึงตัวเลข 120 เป็นตัวเลขแรกหรือไม่ครับ?  ทำไมถึงบังเอิญซ้ำกันได้ ช่วยหาเหตุผลให้หน่อยครับ  … ผมคิดเหตุผลแทนให้เล่นๆ นะครับ สงสัยไปขูดเลขมาจากต้นเดียวกัน หรือไม่ก็เจ้าแม่เจ้าเดียวกันบอกครับ 🙂

ปิดท้าย

หวังว่าคนที่ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าไม่มีการลอกเกิดขึ้น น่าจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างนะครับหลังจากอ่าน blog นี้  ผมคงไม่หวังว่าคุณจะมาเห็นด้วยกับผมด้วยทั้งหมดหรอกครับ  จากการอ่าน comment ที่คุณเขียนไว้  มันสื่อให้เห็นถึงวิธีการคิดของคุณชัดเจนพอครับ

ปล. ผลจากการแฉ ทำให้แอพเค้าอันดับพุ่งขึ้นมาเชียวเพราะจำนวน download เพิ่มขึ้นคงเยอะ (ได้ free PR ไปเพียบ) … คิดไว้ก่อนแล้วว่าเค้าจะได้ประโยชน์ไประดับนึงจากเหตุการณ์นี้ แต่ก็โอเคครับ แลกกับการได้เตือนให้เค้ารับรู้ว่าผมรู้นะว่าคุณลอกไป

Advertisements

4 comments

  1. ลอกคนอื่นสนุกจังเลย · March 27, 2013

    จริยธรรมของบริษัทนี้ไม่เคยมีอยุ่แล้วครับ ทุกวันนี้ กำไรเป็นร้อยๆ ล้าน เค้ายังไม่มีนักข่าวเลย ทั้งบริษัท เต็มไปด้วย “นักก๊อปปี้” กับ “นักรีไร้” ทีทำหน้าที่ คอยก๊อปปี้ วาง หรือ รีไร้ข่าวเวบอื่น

  2. Noi Kuma · March 27, 2013

    เป็นบทความที่เขียนได้ดีมากครับ เข้าใจความรู้สึกเลย (ผมก็เป็น UI&UX Design เหมือนกัน) ส่วนพวกความคิดแย่ๆ (ที่ถึงแม้อธิบายเหตุผลไป เค้าก็ไม่เข้าใจและรับฟังอยู่ดี) ก็ต้องปล่อยวางไปครับ อย่าคิดมากพี่ แต่ทั้งนี้ผมก็อยากแนะนำให้บอก Apple ไปครับ น่าจะช่วยได้ระดับหนึ่ง URL ตามนี้เลยครับ
    http://www.apple.com/legal/itunes/appstorenotices/

  3. Navin Wangyuruey · March 27, 2013

    อย่าไปคิดมากเลย พวกที่ทำตัวไม่เข้าใจ มันก็เป็นบัวใต้ตม ทำยังไงก็ไม่เข้าใจหรอก เหมือนพวกที่เชียร์นักการเมืองกลุ่มนึงในประเทศไทยนี่แหละ หลักฐานชัดเจนขนาดไหนว่าโกง มันก็บอกไม่โกง พวกนี้รอบๆตัวมีแต่กงจักร แต่อยากจะเห็นดอกบัวแบบคนดีๆคนอื่นเค้าบ้าง ก็เลยต้องโกหกตัวเองไปวันๆ

    สู้ๆ ครับ … แนะนำนิดนึงว่าทางที่ดี ควรจะจัดหาฝ่ายกฏหมายไว้ซักคนทำเรื่องจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไว้จะดีกว่า เวลาฟ้องจะได้ชนะง่ายๆ ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ๆที่ลอกเลียนแบบ แบบนี้ได้เงินเยอะด้วยครับ ไม่ได้มองว่าเอาไว้หากำไร (ถึงจะได้เงินเยอะก็เถอะ) แต่อยากให้มองว่าเป็นการปกป้องตัวเอง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าอีกบริษัทนึงเค้าชิงทำขึ้นมาก่อน มันจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เค้าจะมาหาว่าเราก็อปปี้เค้าเอาได้ง่ายๆ และคนก็จะเชื่อเพราะเค้าจดลิขสิทธิ์ไว้แล้วนะครับ เผลอๆ อาจจะโดนแย่งฟ้องกลับได้ ถ้าเรื่องบานปลาย….

    อย่าคิดแบบประเทศไทย คนไทย ที่มองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ คนดีๆ คนไทย ไม่ทำแบบนี้หรอก …. ก็ไอ้คนไทยนี่แหละ ที่เป็นตัวลอกกันเลยทีเดียว บริษัทผมโดนมาเยอะแล้วครับ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะมองว่ามันเป็น “ค่านิยม” ในประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้เป็นคนบริหารบริษัทเองน่ะครับ ก็เลยไม่ได้อะไร แต่ถ้าไม่มีใครเริ่มต้น ค่านิยมแบบนี้ก็คงส่งต่อผ่านไป เหมือนการคอรัปชั่นนั่นแหละครับ ที่มองกันว่า “ใครๆ เค้าก็ทำกัน”

    ปล. ถ้าต้องการทนาย หรือที่ปรึกษาทางกฏหมาย มากประสบการณ์ PM มาหาได้เลยครับ =)

  4. Wooooo! · April 1, 2013

    เห็นด้วยกะคุณเจ้าของบล็อกนะ ว่าการออกแบบเบื้องต้นมันต้องออกแบบไอเดียลงกระดาษก่อนจริงๆ
    ถ้าเรามีไอเดียลงกระดาษเองแล้ว โอกาสที่ Lay Out จะซ้ำกันมันจะน้อยมาก…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s