กำเนิดแอพ Wongnai บน iPhone

ประวัติตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่เขียนได้เข้ามือที่สุดถ้าเทียบกับที่เขียนมาก่อนหน้านี้เพราะมีเรื่องราวให้เขียนถึงเยอะมากเกี่ยวกับแอพ Wongnai บน iOS กับ 5 ปีกว่าที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มมีความคิดอยากให้บนมือถือมีแอพ Wongnai อยู่

สำหรับตอนนี้ จะพูดถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มมีไอเดียทำแอพ, ใครเป็นคนลงมือคนแรกและใครเป็นคนดูแลมาเรื่อยๆ, ใช้เวลาไปเท่าไหร่สำหรับเวอร์ชั่นแรก, การโดน reject app ครั้งแรกพร้อมเหตุผลแปลกๆ และปิดท้ายด้วย screenshot แอพตัวแรกสุดที่หลายคนน่าจะไม่เคยเห็น

 

เริ่มพูดถึงแอพบน iPhone

ไอเดียที่จะทำแอพบน iPhone มีมาตั้งแต่เว็บ Wongnai.com ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และจะบอกว่าโค้ดของแอพ Wongnai บน iPhone ช่วงแรกสุด ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาโดยทีมงานของวงในเอง แต่เป็นการจ้างคนมาช่วยเขียนให้  ลำดับเหตุการณ์เป็นมายังไงอ่านตาม timeline นี้เลย

วันพุธที่ 28 เม.ย. 2010 เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกับยอดเรื่องทำแอพ Wongnai บน iPhone  เราคิดว่าถ้าสามารถมีแอพ Wongnai บนมือถือได้  user จะสามารถค้นหาร้านอาหารได้สะดวกมาก เพราะคนมักจะถามคำถามว่า “กินอะไรดี” พร้อมกับถามว่า “แถวนี้มีอะไรกิน” ซึ่งมือถือที่มี GPS อย่าง iPhone สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีแน่นอน

อยากจะมีแอพ Wongnai ไปอยู่ในหน้านี้

อยากจะมีแอพ Wongnai ไปอยู่ในหน้านี้

ยอดบอกว่าจะลองติดต่อบริษัทที่รับทำแอพให้ เพราะมีโปรเจคที่ทำที่อเมริกาที่อยากได้แอพบนมือถืออยู่แล้วด้วย เลยจะลองถามไปพร้อมกันเลยว่าถ้าทำสองแอพเลย จะต้องเสียเงินเท่าไหร่ ระยะเวลาเท่าไหร่ โดยแอพ Wongnai เป็นแอพที่สองที่จะจ้างเค้าทำ …  ระยะเวลาที่บริษัทนี้ประเมินมาคือ เดือนครึ่ง ถือว่าค่อนข้างเร็วเลยถ้าจะให้ได้แอพที่สมบูรณ์อย่างที่ฝันไว้จริง  แต่สุดท้ายเราไม่ได้ร่วมงานกับเจ้านี้ ไม่แน่ใจเหตุผลเหมือนกัน แต่คงเป็นเรื่องราคามั้ง

 

Developer ไม้แรกสำหรับ Wongnai app on iPhone

ความคิดเรื่องทำแอพบน iPhone หายไปซักพัก จนกลับมาอีกทีตอนยอดเรียนจบและกลับมาไทยแล้ว แล้วก็เริ่มโพสหาคนมาทำแอพบน iPhone โดยประกาศรับสมัครพนักงาน iPhone Developer ไปในเว็บหางาน

2 ส.ค. 2010 – มีคนฝรั่งเศสคนนึงชื่อ Sebastien ส่งเมล์มาขอสมัครตำแหน่ง iPhone/iPad Developer กับ Wongnai (ต่อไปจะขอเรียกชื่อสั้นๆ ว่า Seb)

10 ส.ค. 2010 – ยอดส่ง requirement สำหรับ iPhone app ให้เค้าดู โดยสิ่งที่ต้องทำได้ใน version แรก เช่น

  • ค้นหาร้านตาม keyword, ตาม category, และแน่นอนว่าต้องตามพิกัดได้ด้วย
  • Filter ร้านด้วยราคาได้ เลือกรัศมีได้ เลือกรูปแบบการเรียงลำดับของร้านได้
  • แสดงข้อมูลร้านโดยละเอียดได้ เบอร์โทรต้องพร้อมกดโทรได้เลย แผนที่ต้องมีให้กดไปดูได้
  • สมัครสมาชิก เขียนรีวิว โพสรูปได้
  • ดู profile ของตัวเองและคนอื่นได้
  • Follow/Unfollow ได้
  • อ่าน Feed ได้
  • มีหัวข้อ Articles ไว้อ่านบทความจากนักเขียนของวงใน
  • สามารถ bookmark ร้านที่สนใจได้
  • แชร์ไปยัง Facebook / Twitter ได้
  • และอื่นๆ อีกยิบย่อยที่ผมนึกไม่ออก

15 ส.ค. 2010 – นาย Seb ประเมินราคามา 65,000 บาท! ต้องบอกว่าราคานี้ถูกมากกก แถมประเมินเวลามาว่า 3 อาทิตย์เสร็จ เร็วยิ่งกว่าเจ้าแรกที่เป็นบริษัทซะอีก แต่ก็ต้องบอกว่าเสี่ยงสุดๆ ครับที่เราตกลงให้งานนี้เค้าทำ เพราะสิ่งเดียวที่เรารู้เกี่ยวกับเค้าคือ รู้ว่ามีแอพบน App Store หลายแอพ  แต่ไม่รู้ว่าคุณภาพแอพเป็นยังไง คุณภาพโค้ดเป็นยังไง และไม่รู้ว่าโค้ดที่จะส่งให้เราเราจะ maintain ต่อได้รึเปล่า  แต่ช่วงนั้นถ้าจ้างเป็นบริษัทก็น่าจะหลายแสนแน่ๆ ในที่สุดเราก็ offer งานให้เค้าไป

18 ส.ค. 2010 – ยอดได้รับจดหมายขอสมัครฝึกงานจากนักศึกษาจาก ม.มหาสารคาม ชื่อ กุ้ม ขอฝึกงานในตำแหน่ง iPhone developer  เคยเขียนเกมตอนทำ project จบ ซึ่งเราก็รับไว้เลยเพราะกะไว้ว่าจะให้น้องคนนี้มาดูแลโค้ดที่ Seb จะส่งมาให้ (ปัจจุบันน้องคนนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่ Wongnai)

6 ก.ย. 2010 – ได้รับเมล์ตอบจาก Seb ตกลงทำ และพร้อมจะเริ่มลุยทันที เย่! ในที่สุดเราก็ได้ Developer ที่จะทำแอพ Wongnai เป็นไม้แรกได้เป็นที่เรียบร้อย

 

ตะกุกตะกักกับเวอร์ชั่น 0.000000001

หลังจากที่ตกลงให้โปรแกรมเมอร์คนนี้ทำแอพให้ ผมต้องเริ่มนัดคุย นัดเจอ และส่งเมล์คุยทั้งเรื่องทางเทคนิคกับเค้าอยู่เป็นระยะๆ ค่อนข้างเหนื่อยใช้ได้เลยกับการอธิบายว่าเค้าจะต้องต่อ API ของ Wongnai ยังไง เพราะเค้าไม่เคยเขียนแอพต่อกับ Web Service อะไรมาก่อนเลย ต้องเรียนรู้ใหม่เองหมดทุกอย่าง ผมไม่สามารถช่วยอะไรได้ในเรื่องวิธีเขียน เพราะตอนนั้นยังเขียน Objective-C ไม่เป็น ช่วยได้แค่ Google แก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไปแค่นั้น

ปัญหาที่ใช้เวลาแก้กันนานมากที่สุดคือ ทำยังไงให้แอพไม่ต้อง Login ใหม่ทุกครั้งที่เปิดแอพ เนื่องจากโปรแกรมเมอร์คนนี้ไม่เคยเขียนแอพที่ต้องทำ authentication มาก่อนเลย   ปัญหาที่เค้าเจอคือ HTTP Cookie ที่ได้หลังจาก Login เสร็จแล้ว มันไม่ถูกเก็บไว้ให้ถ้าปิดแอพไป  ติดอยู่กับปัญหานี้อยู่นานมากจนต้องเข้าไปช่วยดู แล้วทำให้มารู้ว่าต้องจัดการ Save/Load cookies เอาเอง

ผมมารู้ทีหลังตอนเค้าก่อนส่งมอบงานไม่นานว่า เค้าไม่ได้เรียนด้าน Computer Science มาก่อน เรียนมาด้าน Math และไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน เริ่มเขียนโปรแกรมครั้งแรกก็คือเขียนแอพบน iOS เลย ลองผิดลองถูกจนสามารถสร้างแอพไปไว้บน App Store อยู่หลายตัว

ต้องบอกว่านาย Sebastien คนนี้ก็สู้งานใช้ได้เลย เจองานหินเลยหล่ะที่รับทำแอพให้เรา เพราะตอนนั้นเราไม่มีประสบการณ์เลย  ให้ข้อมูลกับเค้าไปน้อยมาก มีร่าง wireframe ของแอพบนกระดาษแต่คร่าวมากๆ  บอกแค่ว่า หน้านี้ต้องแสดงข้อมูลอะไรบ้าง ต้องกดไปหน้าไหนได้บ้าง ต้องมีปุ่มอะไรบ้างแค่นั้น ที่เหลือคือรอเค้าไปจัดวางและเสกแอพมาให้เรา

 

ผ่านไปทั้งหมดสองเดือนกว่าๆ งานก็เสร็จ (เกินที่ประเมินไว้) และถึงเวลาส่งมอบโค้ด หลังจากได้โค้ดมาก็มีการรีวิวโค้ดนิดหน่อย แล้วก็เจอว่าโค้ดไม่ได้ถูกเขียนให้ maintain ได้ง่ายเลยแม้แต่น้อย  T__T  ไม่มีใช้ design pattern อะไรทั้งสิ้น แม้แต่ MVC ก็ไม่ได้ใช้! OMG   แต่ ณ จุดนั้น ถ้าจะให้เค้ากลับไปเขียนมาใหม่ก็คงไม่ใช่  ก็ต้องทำใจและเตรียมตัว refactor โค้ดครั้งใหญ่เป็นพอ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนั้นคือ เราอยากออกแอพให้ไวที่สุด  ไม่ใช่ออกแอพที่มีโค้ดที่สวยที่สุดในเวลานั้น

 

นักศึกษาฝึกงานคนแรกของ Wongnai

หลังจากได้รับโค้ดมาแล้ว คนที่รับช่วงต่อก็คือ กุ้ม นักศึกษาฝึกงานอย่างเป็นทางการคนแรกของบริษัท มาถึงก็ต้องรับบทหนักดูแลโค้ดที่ตัวเองไม่ได้เขียนตั้งแต่ต้น และต้องช่วยปรับแก้ UI/UX ตามที่ผมกับยอด feedback กลับไปในเวลาที่ค่อนข้างจำกัด

กุ้มเข้ามาฝึกงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2010 เป็นเวลาเกือบ 4 เดือน เริ่มจากที่เขียนโค้ดไม่เป็นระบบระเบียบเลย และเขียนโค้ดที่เป็น asynchronous โดยไม่เข้าใจหลักการเลย อยู่ฝึกงานจนกระทั่งเขียนได้ดีขึ้นเยอะก่อนจบการฝึกงาน   ผมจำเหตุการณ์นึงได้แม่นมากอันนึง ตอนนั้นกุ้ม(ในอดีต)อธิบายสาเหตุว่าทำไมแอพถึง crash พอทำงานถึงตรงจุดนี้ คำอธิบายคือ “โค้ดบรรทัดนี้ถ้าเครื่องมันทำงานเร็วเกินไป บรรทัดต่อไปจะยังไม่พร้อมทำงาน ทำให้ crash แน่ๆ เลยครับ” …. อึ้งสิครับ ต้องเรียกมาปรับทัศนคติใหม่ด่วน ฮ่าๆ   สรุปคือต้องสอนเรื่อง Thread ให้ฟังคร่าวๆ เพื่อให้สามารถทำงานไปได้ต่ออย่างถูกต้อง (นี่มันคือการเอาอดีตของน้องมาเผาชัดๆ ฮ่าๆ … แต่นั่นคืออดีตครับ ตอนนี้น้องเค้าฝีมือดีแล้ว)

เรื่องเด็กฝึกงานยังมีอีกเยอะ ตั้งใจว่าจะเขียนถึงเป็นอีกตอนนึง เพราะแต่ละปีก็จะมีเด็กฝึกงานมาฝึกงานอยู่เรื่อยๆ ได้รับหน้าที่คนละแบบกันไป ก็มีเรื่องน่าจะเอามาเล่าให้ฟังอยู่พอสมควร

ก่อนที่จะจบช่วงฝึกงาน ก็ต้องเตรียมหาคนมาดูแลแอพต่ออย่างจริงจัง  บอยเอสและป่านยังต้องผนึกกำลังกันทำฝั่ง Web Front-end กับ Backend ที่เป็นกระดูกสันหลังของแพลตฟอร์ม บวกกับต้องทำงานที่บริษัทรับมาทำให้เพื่อให้เกิดรายได้ในบริษัทด้วย สรุปคือผมน่าจะเหมาะสุดที่จะต้องดูต่อ เพราะว่าเริ่มดูมาตั้งแต่แรกๆ  หลังจากมาดูแลแอพบนมือถือ ก็เลยไม่ได้กลับไปโค้ดในโลกของฝั่ง Web อีก

มีคนถามบ่อยว่าอ่านวิธีเขียนแอพบน iOS จากที่ไหนดี ผมจะแนะนำเหมือนกันทุกครั้ง คือ ให้ไปนั่งดูคอร์สสอนเขียน iOS app ของ Stanford (รหัสวิชา CS193) ของ Paul Hegarty โหลดดูได้จาก iTunes U ฟรี!  ดูไปเลย 10 ตอนแรก คนสอนสอนดีมาก นักเรียนใน class ก็ถามคำถามดี  ถ้าดูแล้วเข้าใจทุกประโยค รับประกันพื้นฐานดีและเขียนเป็นแน่นอน แต่ต้องมีพื้นฐาน Programming และเข้าใจ OOP มาก่อนระดับนึงนะครับ

โชคดีมากที่ก่อนรับช่วงต่อ มีช่วงวันหยุดยาวตอนสิ้นปี 2010 อยู่ 4-5 วันให้ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้า เลยว่างดูวีดีโอคอร์สนี้ไปหลายตอน พอเปิดปีใหม่ 2011 มาก็เลยพร้อมพอดี ยังไม่ต้องรีบหาคนมาช่วยทันที

 

โดน Reject ซักครั้งให้ได้ประสบการณ์

ก่อน submit ขึ้น App Store มีคนบอกไว้ก่อนแล้วว่าต้องระวังอะไรบ้างก่อนส่งให้ทีมรีวิวแอพของ Apple ตรวจสอบคุณภาพของแอพก่อนยอมให้ปล่อยขึ้น App Store (เวอร์ชั่นแรกสุดปกติจะถูกตรวจเข้มงวดเป็นพิเศษ และใช้เวลานาน)

สิ่งที่ต้องระวังก็เช่น แอพต้องเสถียรไม่ crash ง่ายๆ, ต้อง handle กรณีเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ได้ดี ไม่ใช่เก็บเงียบหรืแอพเด้ง, ถ้าแอพต้องใช้ Internet แต่มือถือไม่สามารถต่อได้ แอพก็ควรทำงานต่อได้และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่าเกิดข้อผิดพลาดอะไร ฯลฯ

เราทดสอบแอพ Wongnai v1.0 เป็นอย่างดีจนมั่นใจว่าไม่น่าพลาด แต่แล้วก็ไม่รอด!

Submit ครั้งแรกก็โดน Reject ซะแล้ว

Submit ครั้งแรกก็โดน Reject ซะแล้ว

ภาพนี้เป็นตราบาปมากเพราะเป็นการโดน Reject ครั้งเดียวในชีวิต  แต่ที่ไม่มีทางลืมเลยคือเหตุผลที่ได้กลับมาจากคนรีวิว เพราะเค้าบอกเหตุผลมาว่า มีหน้านึงในแอพที่ปุ่ม Search ไปบังโลโก้ของ Google บน Google Maps  เห้ย! ตรวจเข้มขนาดนี้เลยหรอเนี่ย มีห่วง  branding ของ Google ด้วย   จำได้เลยว่าผมลองเล่นแอพดังๆ ของต่างประเทศก็เห็นมี view ไปบังโลโก้ Google บนแผนที่ตั้งหลายแอพ แต่แอพพวกนั้นก็สามารถอยู่บน App Store ได้

สุดท้ายก็ยอมย้ายตำแหน่งปุ่มไม่ให้ทับโลโก้ Google ไป ไม่อยากเสี่ยง submit ไปใหม่โดยไม่แก้กลับไป … แล้วในที่สุดแอพก็ผ่านขึ้นไปอยู่บน App Store ได้สมใจ ฮูเร่!

ก่อนหน้านี้ไม่มีหมวด Food & Travel แอพ Wongnai เลยต้องอยู่หมวด Travel

ก่อนหน้านี้ไม่มีหมวด Food & Drink แอพ Wongnai เลยต้องอยู่หมวด Travel

แอพ Wongnai แรกสุดใช้หมวด Travel เป็น Primary category จนกระทั่งกลางปี 2012 แอปเปิ้ลเพิ่มหมวด Food & Drink เข้ามาซึ่งตรงกับประเภทแอพเรามากกว่า เราก็ย้ายมาหมวด Food & Drink ทันที

 

Wongnai for iOS v1.0

คิดว่าหลายๆ คนน่าจะไม่ทันเห็นหน้าตาแอพ Wongnai เวอร์ชั่นแรกสุด  ขนาดว่าผมเองยังลืมไปแล้ว ยังดีที่มีเก็บภาพ screenshot ไว้บ้างใน dropbox (ช่วง version แรกๆ ลืมเก็บไว้ใน source control)

blog นี้เรียกได้ว่าเอาผลงานสมัยโน้นที่ยังประสบการณ์น้อยมาโชว์ให้ตัวเองอายกันเลย ฮ่าๆ เพราะ UI/UX ของแอพที่ออกไป ถ้าเอามาปล่อยตอนนี้นี่ ดับแน่นอน คนคงไม่ทนใช้ แต่ความโชคดีคือ เมื่อ 5 ปีที่แล้วไม่มีแอพลักษณะนี้เลยในไทย,  design principle สำหรับ mobile app ก็ยังไม่เกิด ทำให้ user ไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบกับแอพอื่น

ถ้าให้วิจารณ์ตอนนี้ก็คงต้องบอกว่า​ design ได้ไม่มีรสนิยมเอาซะเลย ใช้สีมั่วไปหมด ซึ่งก็ต้องยอมรับครับ เพราะว่าตอนนั้นไม่มีเวลามาช่วยกันคิดเรื่อง design เลย ขอแค่ให้มันตอบโจทย์การใช้งานอย่างเดียว  แต่ก็ต้องบอกครับว่าด้วยแอพที่หน้าตาไม่สวยนี้แหละที่เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้จัก Wongnai เพิ่มขึ้นอย่างมากอีกช่องทางนึงในตอนนั้น

มาดูกันครับว่าหน้าตาเวอร์ชั่นแรกมันเป็นยังไง

หน้าแรกของแอพ Wongnai v1.0

หน้าแรกของแอพ Wongnai v1.0

Filter ร้านอาหารตามเงื่อนไขได้

Filter ร้านอาหารตามเงื่อนไขได้

เปิดดูหน้าร้านอาหารจะหน้าตาเป็นแบบนี้

เปิดดูหน้าร้านอาหารจะหน้าตาเป็นแบบนี้

หน้าเขียนรีวิว และให้ดาว

หน้าเขียนรีวิว และให้ดาว

Bookmark ร้านกับ Share ไป Facebook/Twitter ได้

Bookmark ร้านกับ Share ไป Facebook/Twitter ได้

หน้า landing ของผู้ใช้

หน้า landing ของผู้ใช้

หน้า Feed ในตำนาน (ไม่แสดงรูปอะไรเลยที่เกี่ยวกับรีวิว ฮ่าๆ)

หน้า Feed ในอดีตที่ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่แสดงเลย รูปในรีวิวก็ไม่เอามาแสดง (น่าอายมาก)

อันนี้เป็นหน้าไว้อ่าน Articles ที่เขียนโดยทีมงาน (alignment มั่วอีกแล้ว ฮ่าๆ)

อันนี้เป็นหน้าไว้อ่าน Articles ที่เขียนโดยทีมงาน (alignment มั่วอีก ฮ่าๆ)

ไอคอนของแอพ Wongnai for iOS v1.0 (อยากรู้ครับว่าใครทันเห็นแอพตอนที่ใช้ icon นี้บ้าง :D)

ไอคอนของแอพ Wongnai for iOS v1.0

ตอนผมรื้อหาไฟล์มาโพสใน blog นี้ค่อนข้างอึ้งว่าเราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง มาไกลมากตั้งแต่แอพเวอร์ชั่น 1.0 ที่อยู่ในสมัย iOS 3 (สมัยนั้นต้องเรียกว่า iPhone OS 3.0) จนมาถึงเวอร์ชั่นล่าสุด v5.0.1 ในสมัย iOS 9 ล่าสุด  หน้าตาแอพเปลี่ยนไปมาก ฟีเจอร์เพิ่มใหม่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นับจนถึงวันที่เขียน blog นี้ เราออกอัพเดทไปทั้งหมด 62 versions โดยระยะห่างแต่ละ version จะเฉลี่ยประมาณ 1 เดือน

โชคดีที่จริงจังกับการเขียน changelog ของแต่ละ version  จะไม่เขียนแค่ว่า bug fixes ห้วนๆ จะเขียนบอกไว้ทุก update ว่ามีอะไรใหม่ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมกับเก็บ changelog ไว้ใน source control ตลอด  ตอนนี้เลยตามอ่านย้อนกลับไปได้ง่ายว่า What’s New ที่ขึ้นไปบน App Store แต่ละ version เขียนอะไรไปบ้าง

 

ไม่ได้ใช้ iTunes account ของบริษัทตั้งแต่แรก

หลังจากแอพเวอร์ชั่น 1.0 เสร็จตามที่พอใจ พร้อมที่จะ submit ขึ้น App Store เราก็เริ่มสมัคร iTunes account เพื่อ submit app ขึ้น App Store พร้อมๆ ไปกับการมาไล่ดูโค้ดและ refactor โค้ดที่ได้มา

ปกติการสมัคร Developer Program แบบ Corporate จะต้องมีการส่งเอกสารหลายอย่างเพื่อยืนยันว่ามีบริษัทอยู่จริงในไทย ทำให้ต้องเสียเวลาเยอะ อย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์ แต่เนื่องจากเราจะมีงานเปิดตัวเว็บ Wongnai.com อย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนธันวาคม 2010 แอพบน iPhone จะต้องไปอยู่บน App Store ให้ทันเวลาก่อนงานให้ได้   ทำให้เราตัดสินใจใช้ account แบบ Individual ที่สามารถสมัครแล้ว submit app ได้เลยไปก่อน โดยใช้ชื่อผมเองสมัครไปตอนนั้น  เลยเป็นที่มาว่าชื่อเจ้าของแอพ Wongnai ช่วงแรกเป็น Pattrawoot Suesatayasilp ไม่ใช่ชื่อบริษัท Wongnai Media Co., Ltd. อย่างตอนนี้

หลังจากนั้นเปิดตัวทั้งเว็บและแอพไป เราพยายามคิดหาวิธีเปลี่ยนจาก Individual เป็น Corporate account แต่ก็หาวิธีดีๆ ไม่ได้  โทรติดต่อไปแอปเปิ้ล ก็ได้คำตอบกลับมาว่าเราต้อง submit แอพด้วย account ใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่สามารถรับได้ เพราะว่าอันดับแอพเราอยู่อันดับต้นๆ ในหมวด Travel อยู่   ถ้า submit ใหม่แสดงว่าเราต้องหาทางโปรโมตแอพใหม่ ซึ่งเสี่ยงมาก ไม่รู้ว่าจะได้อันดับดีมั้ย แถมจะเป็นการไปบังคับให้ user ที่เคยโหลดไปแล้วต้องโหลดใหม่อีก

แอพ Wongnai อยู่ใน iTunes account ชื่อผมอยู่ประมาณเกือบ 3 ปีได้ จนกระทั่งวันที่ 11 มิ.ย. 2013  iTunes Connect มี feature ใหม่ที่ให้ผู้พัฒนาสามารถโอนย้าย ownership ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องติดต่อแอปเปิ้ลให้ยุ่งยาก และเราก็เปลี่ยนทันทีตั้งแต่วันแรก

แชร์ให้นักพัฒนาแอพท่านอื่นทราบนิดนึงว่าหลังจากเปลี่ยน ownership ​  พวก stats ต่างๆ ก่อนเปลี่ยน ownership  จะไม่ได้ย้ายไปยัง account ใหม่ด้วยนะครับ แต่จะเริ่มนับใหม่หมด

 

เรื่องแอพบน iOS ยังอีกยาว

ประวัติเกี่ยวกับแอพ Wongnai บน iOS ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เขียนถึง แต่คิดว่าควรแบ่งออกไปอีกตอนนึงจะดีกว่า  สำหรับตอนต่อไปผมจะเปลี่ยนไปเล่าถึงเหล่าเด็กฝึกงานที่เคยมาฝึกงานที่ Wongnai และงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำเท่าที่สามารถเล่าให้ฟังได้ดีกว่า แล้วค่อยกลับมาเล่าเส้นทางของแอพบน iOS กันต่อ

 

ส่วนใครที่สนใจอ่านประวัติที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้ก็ตามอ่านย้อนกลับไปได้นะครับ ตามข้างล่างนี้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s